Fic Thor/Loki : Promise
posted on 30 May 2012 18:32 by mooker in Fiction
Title : Promise
Pairing : Thor/Loki
Note : แต่งภายในสามชั่วโมง //อย่าว่าหนูนะ 
ค่ำนี้แอสการ์ดจัดงานเลี้ยงครึกครื้น ต้อนรับอาณาจักรอันเป็นพันธมิตร
แขกมากหน้าหลายตา น้ำเมาเลิศรส ผู้มาเยือนที่เป็นหญิงงามหวังได้ปรนนิบัติชายชาตินักรบของแอสการ์ด
...โดยเฉพาะกษัตริย์องค์ใหม่
บุรุษหวังได้เชยชมสิ่งงามล้ำ แม้รู้ดีว่าไม่อาจจับต้อง
...น้องบุญธรรมเชื้อสายโยธันไฮม์ อดีตจอมเวทย์อันดับหนึ่งแห่งแอสการ์ด
..........................................
“เจ้าโกรธข้า”
ธอร์เอ่ยเสียงเข้ม แต่คนฟังไม่สะทกสะท้าน
โลกิสาวเท้าออกจากห้องโถง ทิ้งผู้เป็นพี่และงานเลี้ยงไว้เบื้องหลัง หากธอร์ไม่ยอม เขาไม่ชอบให้ทำโกรธกันแล้วเดินหนี
มือหนาคว้าต้นแขน ออกแรงรั้งให้หันหน้าคุยกัน
“ไม่พอใจข้าด้วยเรื่องอันใด?” เทพสายฟ้าถาม
“ข้ามิกล้าขุ่นเคืองราชาผู้ยิ่งใหญ่แห่งแอสการ์ด”
ทหารยามสองนายเดินผ่านมา พวกเขาชะงัก รู้สึกถึงบรรยากาศคุกรุ่น ธอร์โบกมือเป็นเชิงให้เลี่ยงไป แล้วหันมาจัดการกับคนที่เมินเขาในงานเลี้ยงอย่างไม่มีสาเหตุ
“ประชดข้าแล้วเจ้าหายโกรธหรือ?”
“ได้ยินซักคำหรือว่าโกรธ?”
“แล้วทำไมถึงหลบหน้า ข้าถามก็ไม่ตอบ พอสบตาก็เบนหนีราวรังเกียจ”
ยังไม่รวมที่ไปนั่งหัวร่อต่อกระซิกกับบุรุษรูปงามที่เข้ามาเกี้ยวพาราสี เขารู้ว่าโลกิดูเจตนาอีกฝ่ายออก แต่แทนที่จะเลี่ยงกลับผสมโรงร่วมเล่นหยอกเย้ากันสนุกสนาน
เขาเกือบจะคว่ำโต๊ะ รู้รึเปล่า
โลกิตอบกลับมาว่า แขกค่ำคืนนี้เป็นมิตรที่ควรให้เกียรติ จึงไม่อาจปลีกตัวมาสนทนาหรือจ้องตากับเขาได้
ธอร์หัวเราะพรืด ...คำโกหกพื้นๆ
“แต่มีเวลาไปนั่งทำตาเยิ้มใส่ไอ้บ้านั่น” เขาแค่นเสียง “ถ้าข้าไม่เข้าไปขัดมันคงชวนเจ้าไปห้องนอน”
ถึงตอนนี้...ไม่รู้แล้วว่าใครโกรธใคร
โลกิคลี่ยิ้ม...ยิ้มยั่ว “แล้วข้าก็จะตอบรับคำเชิญด้วยความเต็มใจ”
เปรี้ยง! สายฟ้าฟาดผ่า ท้องนภายามราตรีคำรามครืน กษัตริย์แห่งแดนนิรันดร์กำลังพิโรธ
เคยบอกแล้วว่าโกรธได้ เกลียดได้ ตบตีได้ แต่อย่าใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือในการยั่วเขา
รักมากก็หวงมาก
“อย่าท้าทายข้าโลกิ” เสียงทุ้มกดต่ำอันตราย
หากร่างบางไม่หวั่นกับคำขู่ มองตอบดวงตาสีฟ้าที่จ้องเขม็งเหมือนจะให้ตายกันไปข้าง
“ท่านต่างหากที่ท้าทายข้า ฝ่าบาท” ทิ้งท้าย ก่อนสะบัดแขนอย่างแรงจนหลุดจากการกอบกุม ใช้ความคล่องตัวกว่าวิ่งหนีหายลับไปจากท้องพระโรง
.........................................
งานเลี้ยงคืนนั้นพังไม่เป็นท่า...
กษัตริย์แห่งแอสการ์ดเดินกลับเข้ามาด้วยหน้าตาถมึงทึง ธอร์ขบกรามแน่น เขาตามหาโลกิจนทั่ววังกลับไม่เจอแม้แต่เงา
ไร้เวทมนต์และพลังแห่งเทพ หากไม่เคยจนตรอกด้วยเล่ห์เหลี่ยม
พลันสายตาเหลือบไปเห็นบุรุษหนุ่มที่เป็นต้นเหตุความขุ่นเคืองใจ นั่งเคียงข้างสหาย เอ่ยถึงน้องชายเขาด้วยสายตากระหายอย่างไร้ยางอาย
ที่เคยบอกว่าจะล้มโต๊ะ...ธอร์เลยได้ทำสมใจ
........................................
ฟริกก้ามองบุตรคนเล็กที่หลบอยู่ในสวนนางมาหลายวันแล้วถอนหายใจ โลกิหนีธอร์มาตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง จนป่านนี้ยังไม่ออกไปพบหน้า ทั้งที่อีกคนกำลังจะขาดใจตาย
“ทรมานพี่เจ้าเช่นนี้ด้วยเหตุอันใด” ถามพลางลูบแพรผมสีดำขลับลื่นมือ ยาวเกือบถึงกลางหลัง ยิ่งขับให้งามกว่าสตรีนางใด
คนถูกถามเม้มปาก ไม่อยากตอบ
แต่กับฟริกก้า โลกิไม่เคยซ่อนความลับใดๆได้
“เขาต่างหาก ทรมานข้าก่อน”
“ธอร์ไม่เคยทำให้เจ้าต้องเจ็บแม้แต่ปลายเล็บ”
“เขาทำให้ข้า...เจ็บใจ มีหรือที่เห็นข้ายืนอยู่ต่อหน้ายังกล้าไปหยอดคำหวาน เอาอกเอาใจสตรีเหล่านั้น เขาไม่เห็นแก่ใจข้าสักนิด”
ถ้อยคำตัดพ้อพรั่งพรู ฟริกก้าระบายยิ้มเอ็นดู
เรื่องศึกสงครามนั้นเด็ดขาดสมกับเป็นจอมทัพ หากเรื่องหัวใจกลับนั่งคิดเล็กคิดน้อยเหมือนเด็ก พอกันทั้งคู่
“รู้หรือไม่ คืนนั้นธอร์อาละวาดเสียจนแขกเราวิ่งหนีเตลิดกันแทบไม่ทัน”
โลกิฟังคำมารดาแล้วตกใจ “ธอร์งี่เง่านัก! ถ้าพวกนั้นไม่พอใจจนคิดตัดสัมพันธ์กับแอสการ์ดจะทำอย่างไร?!”
“เจ้าควรถามเขาเอง” นางผายมือไปด้านหลัง เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ที่โลกิหนีหน้ามาหลายวัน
ฟริกก้าก้าวออกไป ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง
“.......................”
เงียบ
โลกิปิดตำราในมือ ลุกขึ้นยืน
“ห้ามหนีข้าไปไหน จนกว่าจะคุยกันรู้เรื่อง” ธอร์เป็นฝ่ายทำลายความเงียบ
“สั่งในฐานะกษัตริย์หรือ? เช่นนั้นข้าคงไม่อาจปฎิเสธ” น้ำเสียงมึนตึง ได้ยินอีกคนถอนหายใจ อดคิดไม่ได้ว่าเพราะรำคาญกัน
โลกิเมินเบือนหน้าหนี ไม่อยากมอง
“ข้าไม่ได้สั่งในฐานะกษัตริย์ ข้าขอร้องในฐานะคนรักหรือเรียกง่ายๆว่าสามีเจ้าน่ะ”
ธอร์บอกหน้าตาย กระตุกยิ้มเมื่อเห็นคนตัวบางกว่าแยกเขี้ยว
“อย่ามาหยาบคาย”
“ข้าเปล่า แค่พูดเรื่องจริงเท่านั้น”
“.................” เงียบ ไม่อยากเถียง เถียงไม่ออก
ธอร์ก้าวเข้ามา สวมกอดคนที่ทำหน้าปั่นปึ่งจากด้านหลัง
“ข้าได้ยินที่เจ้าคุยกับท่านแม่” ลมหายใจร้อนๆเป่ารดต้นคอ
จมูกคลอเคลียแถวไรผม สูดกลิ่นหอมที่เป็นของเขาคนเดียว
“ข้าขอโทษ หากการตอบรับไมตรีของข้ากับพวกนางทำให้เจ้าขัดเคืองใจ”
โลกินิ่ง บอกเป็นนัยว่าตนคอยฟังอยู่
ธอร์บอกว่า เขาไม่ได้คิดจะนอนกับสตรีเหล่านั้น แต่ไม่อยากตัดบทจนเกิดการเสียน้ำใจ ถึงแม้เป็นกษัตริย์ แต่เขาชอบการมีคู่รักและคู่นอนเป็นคนคนเดียวกันมากกว่า
“มีเจ้าคนเดียวก็เกินพอ แค่นี้กลางคืนข้าก็ไม่เป็นอันหลับนอนแล้ว”
แก้มนวลร้อนผ่าว ดีที่ยืนซ้อนกันอยู่ธอร์เลยไม่เห็น
โลกิวางทาบมือลงบนสองมือที่ประสานอยู่ตรงหน้าท้อง เมฆหมอกของความขุ่นเคืองค่อยๆเลือนหายไป
“ข้าก็เช่นกัน มีเจ้าคนเดียวก็เหนื่อยใจจะตายอยู่แล้ว” ธอร์หัวเราะกับคำสารภาพ
“อย่าได้ไปเล่นหูเล่นตากับใครอีกล่ะโลกิ ข้าขี้เกียจฟังท่านพ่อบ่น”
โลกิหัวเราะคิก หลังงานคืนนั้น ธอร์คงยืนฟังคำตำหนิของโอดินจนขาแข็ง
เทพสายฟ้ากระชับอ้อมแขน “สัญญากับข้าสิ”
“ข้าสัญญา”
“ดี...ถ้าผิดสัญญาล่ะก็ ข้าเอาตาย”
Fin.
..............................................
ห้วนเนอะ
//ฟิคชักมาถี่
หึงๆหวงๆกันเข้าไป
ปล. สาวกคู่นี้+พี่ทอมกะคริส แอดมาได้นะคะ
wincest_69@hotmail.com เม้าท์มอยเด้อ 

